ติดต่อทางวัด | รวมรูปภาพ



 



ผู้สัมภาษณ์ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี เลิศวรรณเอก

สัมภาษณ์ครูโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม อ.เชียงคำ จังหวัดพะเยา

คุณครูนิรุทธิ์ ศุภการกำจร หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน

คุณครูจรัส เมืองมูล ครูกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ

คุณครูรำเพย ดำแดงดี ครูกลุ่มระภาษาไทย

ผู้สัมภาษณ์: สวัสดีค่ะ ต้องขออนุญาตให้คุณครูแนะนำตัวก่อนว่ามาจากที่ไหน แล้วก็รู้จักที่นี่ สถานปฏิบัติธรรมวัดถ้ำพระผางามได้อย่างไร มีเหตุผลอย่างไรที่นำนักเรียนมาถึงที่นี่คะ

ครูรำเพย : ก็ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อคุณครูรำเพย ดำแดงดี เมื่อก่อนสอนอยู่ที่ โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เชียงราย แต่ปัจจุบันย้ายไปโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาได้หนึ่งปีแล้ว เหตุผลที่ได้รู้จักกับสถานที่ปฏิบัติ ก็คือเมื่อประมาณปี ๒๕๓๔ ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรีเจ็ดวัน ความคิดอะไรก็เปลี่ยนแปลง รู้สึกว่าตัวเองได้ผล แล้วก็ที่ผ่านมาเรามีความเห็นผิดนะซึ่งเราคิดว่าถูก แต่เมื่อไปปฏิบัติธรรมแล้วปรากฏว่ามันผิด กลับมาจึงเปลี่ยนแปลง ชีวิตตนเองก็มีความสุขขึ้น และเมื่อไปปฏิบัติที่วัดอัมพวัน สิ่งที่ได้รู้คือ เราไม่เคยซาบซึ้งถึงพระคุณของคุณพ่อคุณแม่เลย ที่จริงก็เป็นลูกกตัญญูนะ ได้เงินเดือนมาก็เอาให้พ่อแม่นะ แต่มันทำไปแบบไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไหร่ แต่เมื่อไปปฏิบัติธรรมแล้วก็นึกถึงภาพอะไรๆตอนเป็นเด็ก สิ่งที่แม่เคยทำอย่างไรกับเรา เรามีอะไรที่ทำผิดต่อแม่ ความคิดเราก็เปลี่ยน คือที่เราไม่เคยภูมิใจแม่ คิดว่าแม่ไม่เก่ง ก็รู้สึกว่าผิด กลับมาก็เปลี่ยนทิฐิคือความเห็นผิดอันนั้นเสีย อยากให้เด็กรู้สึกอย่างนี้ บ้าง เพราะต้องมีหลายคนที่ไม่ภูมิใจในพ่อแม่ตัวเอง อยากให้พ่อแม่เก่ง ฉลาด เก่งในสังคม ก็ลองไปดูเนอะ ถ้าเด็กเขาทราบอย่างนี้ รู้อย่างนี้ก็น่าจะดี เด็กจะได้มีความกตัญญู คิดดี ประเทศชาติก็จะดี เป็นครูก็มีหน้าที่ผลิตเด็กให้ดีค่ะ

ครูรำเพย : ตอนนั้น ก็ไปที่วัดเจ็ดวันกลับมา ก็มีพระอาจารย์ทองสุขนี่แหละที่สอน มีปัญหาเหนื่อยมาก คิดว่าตนเองทำไม่ได้แล้ว คิดจะกลับตั้งหลายที แต่ก็ทนเอา พอวันที่สี่ก็ไปสอบอารมณ์ ก็เจอพระอาจารย์ทองสุข ไม่รู้ว่าท่านเป็นคนเหนือ เพราะพูดภาษากลาง แล้วก็ไม่รู้จักชื่อท่าน แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนปี 2539 ที่ท่านมาอยู่ที่เชียงรายปีแรก ไปอยู่ที่วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ที่กลับมาแล้วก็พยายามพาเด็กไปปฏิบัติธรรม แต่มันไม่เจออย่างที่ว่า จะสอนเด็กด้วยธรรมะที่เหมาะกับเด็ก เมื่อเจอพระอาจารย์ทองสุข ก็จำท่านไม่ได้ ท่านบอก เอ .. โยมนี่ อาตมาเคยสอนที่วัดอัมพวัน ก็ดีใจมาก เพราะตั้งจิตอธิฐานอยู่เรื่อยว่า เราจะไปเจอพระรูปนั้นได้ที่ไหน เจออย่างไรอยากรู้ เพราะไม่รู้จักชื่ออะไรสักอย่าง ก็โชคดี เลยปรึกษาท่านว่าจะเอาเด็กมาปฏิบัติธรรมกับท่าน ก็บอกกับพระอาจารย์ว่า ถ้าพระอาจารย์มีที่เหมาะๆ ที่ไหนก็บอกหนู จะได้พาเด็กมา ตั้งแต่ท่านมาอยู่ที่นี่ท่านก็บอก ทีนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงเรียนทางภาคเหนือในยุคนั้นที่จะพาเด็กมาปฏิบัติธรรม เมื่อปี ๒๕๓๙ ก็คุยกัน ท่านก็บอกว่ายังไม่พร้อม พอปี ๒๕๔๐ ศาลาก็ยังไม่พร้อม แต่ก็อยากจะพามาแล้ว พระอาจารย์ท่านก็ตกลง มารุ่นแรกเนี่ยปี ๒๕๔๐ หลังจากนั้นก็พามาตลอด ปีละสองรุ่นเป็นอย่างน้อย สาม สี่ ห้า แล้วแต่โอกาสค่ะ อย่างวันเฉลิม ปิดหลายวัน ก็พามา วันเข้าพรรษา วันวิสาขบูชา ปิดภาคเรียนก็พามา

ผู้สัมภาษณ์ :
ขออนุญาตกลับมาที่ครูท่านอื่นนะคะ เชิญแนะนำตัวก่อนค่ะ
และเคยเข้ากรรมฐานหรือยังคะ
ครูจรัส :
ผมจรัส เมืองมูล ครับ เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม ครับ
ในส่วนที่มาครั้งนี้ก็มาครั้งแรก ก็ตามเขามาแล้วก็เป็นที่ปรึกษาของ
นักเรียนชั้นม.๔ ด้วย ใจผมเองก็ตั้งใจไว้ว่าอยากจะมาตั้งนานแล้ว
มาถึงก็ใส่ชุดธรรมดาเขาก็ให้ใส่ชุดขาว ก็ดีครับ
นักเรียนที่มาที่นี่มีถึงสี่ ห้ารุ่นแล้ว เมื่อกลับไป ก็เห็นผลที่ดีขึ้นครับ
ผู้สัมภาษณ์ :
ครูเห็นการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างให้ทราบได้ไหมคะ
ครูจรัส :
นักเรียนมีสมาธิมากขึ้น แล้วก็เอาไปใช้ในโรงเรียนได้ด้วย ในโรงเรียนเรามี
?โครงการพี่โรงเรียนน้อมรับวิชาด้วยสมาธิ?
ผู้สัมภาษณ์ :
ความหมายของคำว่ามีสมาธิครูหมายความว่าอย่างไรคะ
ครูจรัส :
คือนักเรียนมีวินัย.. นิ่ง..
ผู้สัมภาษณ์ :
เช่น ฟังบรรยายได้โดยที่ไม่ยุกยิกๆ
ครูจรัส :
ครับ แล้วก็มีเหตุผล โดยส่วนตัวแล้วผมก็ชอบประโยชน์ที่ได้จาก
สมาธิอย่างนี้แหละ
ผู้สัมภาษณ์ :
ค่ะ ช่วงที่มานี่ กี่วันคะ
ครูรำเพย :
๕ วันค่ะ ทุกรุ่นก็ ๕ วันค่ะ
ผู้สัมภาษณ์ :
วันนี้เป็นวันที่ ๓ ก็เหลืออีก ๒ วัน แล้วสำหรับครูท่านนี้ล่ะคะครูอนิรุทธิ์ :
ผม นายอนิรุทธิ์ ศุภการกำจร รักษาการตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
ฝ่ายกิจการนักเรียน ซึ่งในช่วงนี้ผมก็ขอขอบคุณครูจรัส และครู
รำเพยที่นำนักเรียนมาทำสมาธิกรรมฐานที่นี่ ซึ่งเรา ก็เห็นแล้ว
ว่าเด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ซึ่งเราก็จะทำต่อไปจนกว่าจะมีการ
เปลี่ยนแปลงทางการบริหาร ทุกวันนี้เราก็ทำแล้วอย่างที่ ครูจรัสว่า
?โครงการพี่โรงเรียน น้อมรับวิชาด้วยสมาธิ? ซึ่ง เราทำทุกเช้าก่อน
จะเข้าเรียน เราจะทำสิบนาที สำหรับนักเรียน ทั้งหมดก่อนจะ
เข้าเรียน
ครูจรัส :
โครงการน้อมรับวิชาด้วยสมาธินี่เป็นโครงการที่โรงเรียนเดียวในประเทศ
ไทยมั้งครับ (หัวเราะ) ที่ก่อนเข้าเรียนเราจะทำสมาธิ ก็เป็นผลที่น่า
พอใจมากในปีแรก คือปีที่แล้ว เวลาเคารพธงชาติเสร็จช่วงเวลาที่
นักเรียนเข้าห้องก่อนเรียนสิบนาที โรงเรียนจะเงียบกริบ นักเรียน
สองพันกว่าคน โรงเรียนจะเงียบกริบเลยครับ เป็นเวลาสิบถึงสิบห้านาที
ทุกๆวัน
ผู้สัมภาษณ์ :
หมายความว่าเริ่มต้นการเรียนด้วยการทำสมาธิเลย แล้วบุคคลที่คุม
ก็เป็นครูประจำชั้น
ครูจรัส :
ครับ ครูประจำชั้นทุกห้อง
ผู้สัมภาษณ์ :
ถ้าฟังแบบนี้แล้วเนี่ย นอกจากคุณครูแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ควรต้องมา
ด้วยนะคะ
ครูอนิรุทธิ์ :
ครับคิดว่าต้องเป็นอย่างนั้น มันจะไปจูนปรับกันได้ด้วย ไม่ใช่พ่อไปอย่าง
แม่ไปอย่าง ลูกไปอย่าง (หัวเราะ)
ผู้สัมภาษณ์ :
ฟังแล้วดีจริงๆค่ะ ขออนุโมทนาด้วยนะคะ ที่ครู และ โรงเรียนมี
นโยบายที่ดีเหลือเกิน ก็หวังว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนทุกรุ่น
อย่างน้อยก็เด็กนักเรียนโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม ขอบพระคุณมากค่ะ

 


Copyright ©2007 tongsuk.org All Rights Reserved web site e-mail: webmaster@thongsuk.org